“โลกแสนงามริมน้ำจันทบูร”

จันทบุรีดีครบรส ตอนแรก (ครึ่งวันเช้า)

เช้าวันใหม่ ฟ้าครึ้มฝน ครึ้มอยู่ไม่นานแดดก็ออก สักครู่ก็ครึ้มอีก คิดว่ามันไม่เกี่ยวกับพายุที่กำลังเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงนี้ แต่จันทบุรีเป็นแบบนี้ หนึ่งวันมีสามฤดู เชื่อไหมครับว่าจันทบุรีมีหมอกปกคลุมรอบเมือง อันนี้เนื่องมาจากภูมิประเทศมีขุนเขาโอบกอด เช้านี้ก็เช่นกัน แค่เปิดม่านหน้าต่างออกก็เห็นหมอกลอยละล่อง เป็นเหมือนที่เคยเป็น เป็นจันทบุรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตน

ก้าวเท้าออกจากโรงแรมมุ่งไปที่ “วัดโบสถ์เมือง” ซึ่งอยู่ไม่ไกล หวังไปเริ่มเดินเที่ยวชุมชนคนริมน้ำจันทบูรตั้งแต่หัวถนน แต่ทางผ่านมีศาลเจ้าสำคัญแห่งหนึ่ง ไม่แวะไม่ได้ ก็เลยเข้าไปกราบเจ้าแม่กวนอิม เทพเจ้าที่คนไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพศรัทธา จากนั้นจึงแวะไปกราบองค์เจดีย์ภายในวัดโบสถ์เมืองตามที่กำหนดไว้

จากวัดโบสถ์เมืองเดินตามบันไดลงมาสู่ถนนในชุมชนริมน้ำ แต่ไปไหนไม่ได้ไกล ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา เป็นเวลาที่พอเหมาะเพราะท้องหิว แล้วก็มายืนอยู่หน้าร้านก๋วยจั๊บร้อยปีพอดี

“ก๋วยจั๊บร้อยปี” ชื่อจริงๆ อะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าคนในร้านถ้าเหมารวมกันอายุน่าจะหลายร้อยปี ก็เลยถือวิสาสะเรียกก๋วยจั๊บร้อยปี (คนอื่นเขาไม่ได้เรียก ผมเรียกเอง) แต่ได้ยินคนที่มาซื้อเขาเรียกเจ้าของร้านว่า “ยายไหม” (ถ้าไม่ใช่ก็ใกล้เคียง)

ร้านก๋วยจั๊บเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว เก่ามาก (เหมาะสมกับคนขาย) ส่วนรสชาติกินได้ กินดีด้วย คือไม่ได้ดีเลิศแบบก๋วยจั๊บร้านดังของไทย แต่ด้วยรอยยิ้ม ความเป็นกันเองของยายไหมทำให้ก๋วยจั๊บร้านนี้ถูกนิยมจากคนจันทบุรีกลุ่มหนึ่ง อ้อ! ราคาถูกด้วยครับ

ก๋วยจั๊บหมดไปนานแล้ว ฝนเบาแต่ยังไม่หยุด ผมจ่ายตังค์ ทำท่าขยับจะออกจากร้าน ยายไหมบอกว่า “รอให้ฝนหยุดก่อนค่อยไป เดี๋ยวเปียก เดี๋ยวไม่สบาย” นั่นไง ผงชูรสของร้านนี้

สุดท้ายฝนขาดเม็ดจึงเดินบันทึกภาพบ้านเก่าไปจนถึงซอยเล็กๆ มีสะพานข้ามไปฝั่งโบสถ์คาทอลิกหรือ “อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล” ระหว่างทางที่ผ่านมามีบ้านแบบไม้สองชั้น บ้านครึ่งตึกครึ่งไม้กลิ่นอายฝรั่งเศส แบบ French colonial และอาคารพาณิชย์แบบใหม่แซมแทรกอยู่ นั่นไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะบ้านเก่าที่พังทลายอาจเปลี่ยนใหม่ตามยุคสมัยหรือตามสไตล์เจ้าของบ้าน ส่วนบ้านเก่าที่เหลือยังเป็นมนต์เสน่ห์เชิญชวนให้ผู้คนต่างถิ่นมาเที่ยวชม

ด้วยวันนี้ผมมาตั้งแต่เช้า ร้านรวงยังไม่เปิด (อาจเป็นเพราะฝนด้วย) ก็เลยไม่ได้แวะดูนั่นกินนี่เหมือนที่เคยทำ แต่เดินข้ามแม่น้ำจันทบูรไปที่โบสถ์คริสต์ ยกมือไหว้รูปเคารพพระแม่มารีอา แล้วก้าวเท้าไปยืนหน้าโบสถ์ วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ภายในโบสถ์มีพิธีกรรมทางศาสนาก็เลยไม่ได้เข้าไปบันทึกภาพ ได้แต่ชมสถาปัตยกรรมอันงดงามตระการตาอยู่แต่ด้านนอก บันทึกภาพไม่นานจึงย้อนกลับไปบนถนนชุมชนคนริมน้ำอีกครั้ง ถึงตอนนี้ร้านเริ่มเปิดกันแล้ว รวมถึง “ร้านชงดี” ร้านกาแฟที่อยากมาเยือน เหตุที่อยากมาเพราะที่นี่คงความเป็นบ้านเก่าได้ดี ปัจจุบันรีโนเวทให้เป็นคล้ายๆ พิพิธภัณฑ์ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมได้

ร้านชงดีแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือด้านหน้าจัดเป็นกึ่งพิพิธภัณฑ์ มี 3 ชั้น ถัดเขามาด้านใน ตรงกลางเป็นพื้นที่โปร่งโล่ง ส่วนด้านในสุดอยู่ติดแม่น้ำจันทบูรเป็นพื้นที่ร้านกาแฟ

ออกจากร้านชงดี แวะไป “บ้านหลวงราชไมตรี” หวังจะไปดูห้องพักที่เขารีโนเวทใหม่ ปรากฏว่าห้องพักที่มีอยู่ 8 ห้องเต็มหมดครับ ก็เลยได้ดูเฉพาะด้านนอกเท่านั้น

จากชุมชนคนริมน้ำ เดินลอดสะพานข้ามแม่น้ำทางฝั่งต้นถนนออกมาที่ “ศาลหลักเมือง” เข้าไปกราบไหว้ในฐานะผู้มาเยือน จากนั้นข้ามถนนสายเล็กมาที่ “ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” เข้าไปกราบสักการะบูชาพระองค์ท่านในฐานะบูรพกษัตริย์ผู้กอบกู้เอกราชให้บ้านเมืองครับ

นอกจากศาลหลักเมืองและพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน ฝั่งตรงข้ามยังมีอาคารแบบยุโรปที่งดงามมาก นั่นคือ “อาคารหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี” เป็นอาคารชั้นเดียวยกพื้นสูง ด้านหน้ามีพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสียดายวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ หอจดหมายเหตุแห่งชาติปิดทำการก็เลยไม่ได้เข้าไปดูด้านใน

ไม่อยากเชื่อว่าผมแกว่งเท้าอยู่บนถนนคนเดินหรือชุมชนคนริมน้ำจันทบูรตั้งแต่ 7.00 น. จนถึง 12.00 น. ใช่ครับ! ใช้เวลาเดินเที่ยวจากชุมชนคนริมน้ำมาถึงจุดสุดท้ายรวมเวลาร่วม 5 ชั่วโมง ถามตัวเองว่าทำไมใช้เวลานานจัง ต้องตอบว่าคงเป็นเพราะส่วนตัวชอบเดินชมชุมชนเก่า ชอบบ้านเก่า ชอบอาคารเก่าที่รีโนเวทใหม่ ยังดีนะบ้านหลายหลังอยู่

ในช่วงซ่อมแซมไม่งั้นคงเลยเรื่อยมากกว่านี้

ทั้งหมดนี้คือการเดินชมชุมชนคนริมน้ำจันทบูร ชุมชนที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติศาสนา มีทั้งคนไทยพุทธ คนไทยเชื้อสายจีน คนไทยเชื้อสายญวณ และคนไทยที่นับถือคริสต์ มีอาคารที่ผสมผสานกันทั้งอาคารไม้แบบไทย อาคารใหม่แบบอาคารพาณิชย์ และอาคารเก่าที่ได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศส นับเป็นอีกชุมชนหนึ่งที่น่ามาเยี่ยมเยือน น่ามาท่องเที่ยว เป็นชุมชนที่มีทั้งเก่าใหม่ผสมผสานกันอย่างนวลเนียน ใครชอบเดินชมเมืองและศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชนอย่าพลาดครับ

โปรดติดตามแหล่งท่องเที่ยวจันทบุรีในครึ่งวันบ่าย จะพาไปเที่ยวป่าแล้วไปกินข้าวริมทะเล สวัสดีครับ

#AmazingThailand

#khobjaithailand

#เที่ยวเมืองรอง

#จันทบุรีดีครบรส ตอนแรก

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น